เนื้อหาโดยพี่ปอ แห่ง นิวมานา

จาก http://www.newmana.com/yabb/index.php?board=2;action=display;threadid=2544;start=0

www.newmana.com

ผู้สนใจเชิญเยี่ยมชมได้








ภาพยนต์เรื่องนี้ ดัดแปลงมาจาก The Lion, the Witch and the Wardrobe เป็นตอนที่ 2 ใน 7 ตอน ของนิยายคลาสสิกชุด The Chronicles of Narnia ของ C.S. Lewis หรือ Clive Staples Lewis (1898-1963)



นิยายคลาสสิกชุดนี้ ทำยอดขายได้กว่า 85,000,000 เล่มใน 29 ภาษา ทำให้เป็นหนังสือชุดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นรองเพียง Harry Potter ของ เจ.เค. โรว์ลิง เท่านั้น

---ขอเตือนก่อนว่าใครยังไม่ได้ดูแล้วเกิดคิดจะไปดูให้คิดดูก่อนอ่านเพราะบทความนี้เล่าเรื่องให้ฟังตั้งกะต้นจนจบก็ว่าได้ แต่ถ้าใครคิดว่าจะอ่านเพื่อไปดูหนังเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งผู้แต่งได้แฝงสารอะไรเอาไว้ก็อ่านได้ครับ---

ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับผู้แต่งเรื่องนี้ซักนิดนึง



C.S. Lewis นักเขียนชาวอังกฤษ เกิดปี1898 ซึ่งเขาได้อยู่ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่2ด้วย นอกจากนี้ เขายังเป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับศาสนามากมายหลายเล่ม โดยตัวเขาเองเมื่อวัยรุ่น ประกาศตนเป็น"อเทวนิยม"(ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า) แต่แล้วเมื่ออายุ33ได้กลับมานับถือคริสตศาสนา นิกายแองกลีกัน แต่เขามีแนวคิดเปิดกว้างกับนิกายอื่นๆ โดยเฉพาะนิกายโรมันคาทอลิค ที่เขามีความเชื่อในหลายๆเรื่องเช่นเรื่องไฟชำระ เขาได้เขียนหนังสือ Christian Reunion ที่วิพากวิจารณ์หลักในคริสตศาสนาทั้งที่เหมือนและแตกต่างในนิกายต่างๆ

ดังนั้น หากคุณเซริ์ชหาชื่อเขา คุณจะพบชื่อเขาอยู่ในเวบหนังสือคริสตศาสนามากมาย ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกอะไร หากแต่ว่าแม้แต่เรื่องนาร์เนีย โดยเฉพาะภาคที่นำมาสร้างเป็นหนังนี้ ก็มีขายหรือมีปรากฏอยู่ตามเวบคริสตศาสนาด้วย

เพราะที่จริง อัสลาน มีตัวตนจริงในโลกของเรา เขาได้มาในโลกเราแล้วจริงๆ เพียงแต่ใช้ชื่ออื่น

โลกอันมืดมนและหนาวเหน็บ



โลกนาร์เนียถูกสาปโดย แม่มดขาว ดูชื่อว่า อะไรขาวๆน่าจะเป็นคนดี แถมหน้าตาก็สวยงาม แต่ทว่า สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช้ตัวตัดสิน เพราะนิสัยที่อยากจะเป็นใหญ่ ทั้งที่ไม่มีใครเชิญ เราเรียกว่า"กบฏ" และนิสัยที่ล่อหลอกคนด้วยอาหารแบบนี้ ลูอิส ได้ต้นแบบมาจากใครคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคยอย่างดี นั่นคือ "ลูชิเฟอร์" ทูตสวรรค์งดงามที่ชื่อแปลว่า"แสงสว่าง" หากแต่พฤติกรรมนั้นคือการอยากเป็นใหญ่และกบฏต่อพระเจ้า และนิสัยคือชอบล่อหลอกผู้อื่น ด้วยของที่ดูเย้ายวนชั่วครู่

เราจะเห็นว่าในหนัง เรียกพวกเด็กๆว่า ลูกชายของอาดัม และลูกสาวของอีฟ แน่นอนทีเดียวว่า ยายแม่มดขาวที่จ้องทำลายลูกหลานอาดัม ด้วยการล่อลวงโดยเฉพาะการใช้อาหารล่อ คือภาพของซาตานที่ปลอมมาเป็นงูในคริสตศาสนาที่ได้ล่อลวงบรรพบุรุษของเขาคือ อาดัมและอีฟด้วยผลไม้ในสวนเอเดนนั่นเอง



ผู้เขียนจงใจใช้สิ่งเดียวกันในการล่อ คือใช้อาหาร เพื่อสร้างภาพเดียวกัน อาหารเป็นเพียงสัญลักษณ์ แทนสิ่งเย้ายวนทางโลกที่มนุษย์พร้อมจะกระโจนเข้าหาและทรยศต่อความดีงามทั้งปวง ทั้งต่อเพื่อนมนุษย์และพระเจ้า ซาตานเองล่อลวงเย้ายวนมนุษย์ให้สิ่งต่างๆที่มนุษย์ต้องการจนดูราวกับเป็นความสุขทั้งๆที่จริงมันเกลียดชังมนุษย์



การที่นางและลูกหลานของอาดัมและอีฟต้องเป็นศัตรูกันก็ตามที่ในไบเบิ้ลได้เขียนไว้เมื่อซาตานได้ล่อลวงอีฟให้ทรยศพระเจ้าด้วยอาหาร ซึ่งเหมือนกับคำทำนายในนาร์เนียเช่นกันว่าผู้ที่จะมาปราบแม่มดขาวคือลูกหลานของอาดัมและอีฟ

ปฐมกาล3-15
เราจะให้เจ้า(ซาตาน)กับสตรีเป็นศัตรูกัน
ทั้งพงศ์พันธุ์ของเจ้าและพงศ์พันธุ์ของเขาด้วย
พงศ์พันธุ์ของสตรีจะทำให้หัวของเจ้าแหลก
และเจ้าจะทำให้ส้นเท้าของเขาฟกช้ำ


และนางทำสิ่งเดียวกับที่ซาตานทำคือนำความหนาวเย็นไร้ชีวิต และความมืดมิดที่ดูขาวสวยงามมาสู่โลกทั้งหมด



หมาป่าตอแหล

ในหนังเราจะเห็นว่าสมุนของแม่มดขาวคือหมาป่า ซึ่งเป็นหมาป่าที่พูดมากจริงๆ และไม่ได้พูดธรรมดา มันพูดโกหก ขนาดเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นตอนหิมะละลาย ยังโกหกเด็กๆว่าแม่มดขาวเพียงแต่จะขอให้กลับไปเท่านั้น ทั้งที่จริงจะฆ่า หรือพูดจาให้เสียกำลังใจ อันจะเห็นว่าความร้ายของมันไม่ได้อยู่ที่การกัด แต่อยู่ที่การโกหกซะมากกว่า



ในคริสตศาสนาหมาป่าคือสัญลักษณ์ของสมุนซาตานที่ทำลายความเชื่อที่ถูกต้องและเป็นจอมหลอกลวง

มธ 7:15
จงระวังประกาศกเทียมซึ่งมาพบท่าน นุ่งห่มเหมือนแกะ แต่ภายในคือสุนัขป่าดุร้าย


ยน 10:11
เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้เลี้ยงแกะย่อมสละชีวิตเพื่อแกะของตน ลูกจ้าง ที่ไม่ใช่ผู้เลี้ยงแกะ และไม่เป็นเจ้าของแกะ เมื่อเห็นสุนัขป่าเข้ามา ก็ละทิ้งบรรดาแกะและหนีไป สุนัขป่าแย่งชิงแกะ และฝูงแกะก็กระจัดกระจายไป


กจ 20:28
ท่านทั้งหลายจงดูแลตนเองและฝูงแกะที่พระจิตเจ้าทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นผู้ดูแล เพื่อเลี้ยงดูพระศาสนจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระบุตร ข้าพเจ้ารู้ว่า เมื่อข้าพเจ้าจากไปแล้ว สุนัขป่าดุร้ายจะเข้ามาในกลุ่มของท่านและจะทำร้ายฝูงแกะ แม้ในกลุ่มของท่านก็จะมีบางคนลุกขึ้นกล่าวบิดเบือนความจริงเพื่อโน้มน้าวบรรดาศิษย์ให้ติดตามตน เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังไว้เถิด






อัสลาน-สิงโตที่เป็นกษัตริย์แห่งกษัตริย์



อัสลานในเรื่องนั้นไม่ใช่สิงโตธรรมดา เพราะมีทั้งพลังอำนาจพิเศษ แถมปรากฎตัวขึ้นมา แบบว่าอยู่ๆก็มา

เยเรมีย์ 25-38
พระองค์ทรงออกจากที่ซุ่มของพระองค์อย่างสิงห์หนุ่ม
เพราะว่า แผ่นดินของเขาทั้งหลายเป็นที่ร้างเปล่า



เพราะแท้จริงแล้ว อัสลานของลูอิส คือภาพสะท้อนของ พระเยซูคริสต์ ผู้มีอีกพระฉายาหนึ่งว่า สิงห์แห่งยูดาห์

วิวรณ์5-5
ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดกับข้าพเจ้าว่า อย่าร้องไห้เลย ดูเถิด สิงโตจากตระกูลยูดาห์ หน่อเนื้อเชื้อไขของกษัตริย์ดาวิดทรงได้รับชัยชนะแล้ว



พระเยซูเจ้ามีเชื้อสายกษัตริย์ดาวิด มาจากตระกูลยูดาห์ ซึ่งในทางคริสตศาสนา คำว่า สิงห์แห่งยูดาห์ ก็จะหมายถึงพระเยซูเจ้าโดยทันที

ลูอิสจงใจให้อัสลานเป็นสิงโต แถมเป็นสิงโตที่รักเด็ก



มีทั้งความน่าเกรงขามที่แม้แต่แม่มดขาวเองยังกลัว และมีทั้งความอบอุ่นอ่อนโยนที่เด็กๆเข้าหาได้อย่างสนิทใจ เหมือนพระเยซูเจ้าที่ในชีวิตพระองค์มีเด็กๆรายล้อมเสมอ แต่ทว่าซาตานกลับกลัวพระองค์จนหัวหด

และเพื่อจะลบล้าง ความผิด ที่ได้มีการจารึกกฎไว้นมนานแล้ว(จำได้ไม๊ว่ามีประโยคหนึ่งที่อัสลานพูดเป็นนัยว่าเมื่อตอนตั้งกฎนี้เขาก็อยู่ที่นั่นด้วยแสดงว่าอัสลานอยู่มานานมาก นานตั้งแต่แรกเริ่ม และอยู่ร่วมกับผู้สร้างกฎทั้งมวล) กฏคือ ผู้ที่ทรยศหันไปเชื่อนางแม่มดขาว ต้องตาย และต้องให้เลือดคนนั้นเป็นของแม่มดขาว แปลง่ายๆคือคนที่ทิ้งพระเจ้าหันไปเชื่อซาตาน ต้องตายและตกนรกไปอยู่กับซาตาน เอ็ดมันด์ น้องคนที่3ที่แท้จริงจะต้องตกเป็นของแม่มดขาว เพราะเขาเชื่อนาง และทรยศทุกคน แต่อัสลานกลับขอตายเพื่อแลกชีวิตเขา และภาพการตายของอัสลาน ที่สละชีวิตของตนเพื่อไถ่บาปคนอื่นนั้น คือภาพที่ชัดเจนของพระเยซูเจ้าเอง

ยน 15:13
ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่
กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย
ท่านทั้งหลายเป็นมิตรสหายของเรา


1